วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ครบ 50 ปีแล้ว หอนาฬิกาชาวเวียตนามอนุสรณ์ (พ.ศ 2503 - 2553 )

หอนาฬิกาชาวเวียตนามอนุสรณ์  ก่อสร้างสำเร็จในปี พ.ศ 2503
ในอดีต  บริเวณนี้ถือเป็นศูนย์กลางของเมือง

วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างหอนาฬิกาแห่งนี้ ก็เพื่อแสดงความระลึกและขอบคุณชาวไทย  
ในวาระคราวย้ายกลับปิตุภูมิของชาวเวียตนามจำนวนหนึ่งที่เคยอาศัยอยู่ที่นครพนม

ตัวอาคารหอนาฬิกา  ออกแบบและก่อก่อสร้างโดยชาวเวียตนาม  ซึ่งสมัยนั้นมีฝีมือและเชี่ยวชาญในการก่อสร้าง

แม้เวลาจะผ่านมา 50 ปีแล้ว  อาคารหอนาฬิกานี้ยังคงตระหง่านไร้กาลเวลา
เดิมที่ด้านหน้าหอ  จะมีอ่างน้ำพุทรงสี่เหลี่ยมตรงกลางจะมีสวนหินที่มีของจิ๋วประดับตกแต่ง

หอนาฬิกานี้ถือเป็นสัญญลักษณ์ที่สำคัญอันหนึ่งของนครพนม
ชาวเมืองนิยมใช้เป็นหลักบอกทิศทางแก่คนแปลกถิ่นและนักท่องเที่ยว

อ่างน้ำพุของเดิมสวยงามแปลกตา  ในยามกลางคืนจะมีไฟหลากสีส่องไปที่สวนหิน  
สมัยก่อน ตรงบริเวณหน้าหอนาฬิกานี้เคยจัดเป็นเวทีแสดงดนตรีหลายครั้ง  
น่าเสียดายที่ถูกทุบทิ้งไปแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  
มาทราบทีหลังว่า น้ำพุทรุดโทรมมาหลายปีเพราะขาดการบำรุงรักษาจนระบบน้ำไฟใช้ไม่ได้
ความเรียบง่ายที่สวยคลาสสิค

บริเวณศาลานี้เคยใช้จัดงานพิธี , เป็นที่ประชุม , คูหาเลือกตั้ง , ใช้นั่งเล่น 
และปัจจุบันในยามเย็น  วัยรุ่นชอบใช้เป็นที่ซักซ้อมเต้นฮิปฮ็อปกัน
แท่นปูนหน้าตาอุบาทว์นี้เขาว่าเป็นน้ำพุ  แต่ถ้าไม่ใช่ก็ทุบทิ้ง เหอะ
ปล่อยไว้ก็รังแต่จะทำลายคุณค่าทางสถาปัตยกรรมของหอนาฬิกาแห่งนี้

ไม่รู้เทศบาล  จะได้ยินใหม เอ่ย  แหะ แหะ

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

งานเก็บหินขาว ที่ทุ่งนาบ้านโพนสวรรค์ ต.ขามเฒ่า อ.เมือง นครพนม

 ที่ชายทุ่งไกลลิบนั่น ใครจะเชื่อว่าเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน 
                                           เห็นรถหกล้อวิ่งฝุ่นตลบมาแต่ไกล                                                                                               
                         อ๋อ ชาวบ้านเขากำลังคัดหิน หลากสี หลายขนาดอยู่
                     ทำงานง่วนที่โต๊ะใครโต๊ะมัน
              เขาเล่าว่า วันหนึ่งๆมีคนมาทำงานนี้ถึง 30 กว่าคน
              เอกลักษณ์ของทุ่งนาที่นี่ คือ มีดินสีขาวเป็นแอ่ง
             กำลังล้างหิน ก่อนนำมาคัด       
            หินบางส่วนที่คัดขนาดเรียบร้อยแล้ว ก็นำมาบรรจุถุงพลาสติค
               ไอ้หนูคนนี้มาช่วยพ่อทำงาน  ดีกว่าอยู่เปล่าๆ
                   เป็นแหล่งงานใหม่ที่น่าสนใจ  รายได้ไม่มากแต่ทุกคนพอใจ
              คนทำงานส่วนใหญ่เป็นหญิงมีอายุ  ที่มาหารายได้นอกบ้าน


             
              การคัดเลือกหินที่นี่ จะเลือกเอาหินสีขาวก่อน




            
            แบ่งหินตามสี  ตามขนาด เพราะมีราคาต่างกัน
              งานไม่หนักมาก  แต่เสียเวลาคัดเลือกสีของหิน
             แอ่งน้ำเพื่อการชำระล้าง
             ดินสีขาวอย่างนี้ จะมีหินปะปนอยู่ด้วย



           นับว่า เป็นชุมชนกลางแจ้งกลางทุ่งนาที่มีชีวิตชีวาน่าสนใจ
       ถึงแม้ว่าจะไม่สะดวกสะบายอะไร แต่ความสุขใจนั้นสำคัญกว่า
                                            ฝ่ายนี้กำลังตักดินจากแอ่งน้ำมาร่อนในตะแกรง
        มีเครื่องปั้มน้ำสูบน้ำขึ้นมาฉีดล้างหินให้แยกออกจากดิน


               
                   งานนี้ดีอย่างหนึ่ง คือ ขยันมาก ก็ได้มาก
                     สุขใจ แต่ไม่ไร้เกียรติ
                   รายได้ไม่มากหรอกคะ  แต่พออยู่ได้
              กองถุงหินที่บรรจุเรียบร้อย  รอการขนไปเก็บที่หมู่บ้าน
  
ใครจะคิดว่า ทุ่งนาที่ไม่ได้ปลูกข้าวนี้  ก็ยังมีงานให้ทำ
  
สภาพของเพิกตามมีตามเกิด  แต่ดูคลาสสิคดี
    นี่คือตัวอย่างของการรู้จักใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เป็นประโยชน์
                 งานคือ เงิน  เงินคือ งาน  บันดาลสุข
             รถบรรทุกขนาดเล็ก ใช้ขนหินไปเก็บไว้ที่โกดังในหมู่บ้าน
                หินที่มีราคาที่สุด คือ หินสีขาว
           สายยางฉีดน้ำ  เป็นอุปกรณ์สำคัญในการคัดหิน
             นอกจากหินสีขาวแล้ว  หินสีอื่นก็มีราคา
         จากที่เคยทำงานบ้าน  มาวันนี้มาเก็บหินขาย  เป็นอาชีพใหม่


      
        ไม่เคยเหงาหงอย  เพราะที่กองอยู่ข้างหน้า คือ เงิน ทั้งนั้น
             ที่นี่มีกติกาเดียว คือ  ทำมาก  ก็ได้มาก
            ฝ่ายชั่งน้ำหนัก  หนึ่งถุงจะมีน้ำหนัก 10 กก. มาตรฐาน
           บ่ายคล้อย ตกเย็น ก็ถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้ว
                                           กำลังจะกลับบ้าน ใคร หละ
              อ๋อ นี่คือ เฒ่าแก่ใหญ่ แห่ง ทุ่งหินขาว

  
            
             เคยเป็นลูกน้องเขามาก่อน  มาวันนี้จึงเป็น เฒ่าแก่ได้สบายๆ
               พ่อ ขนหมดแล้ว  ออกรถได้